Ads

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5/4

เรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5/4


เรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5/4
เรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5/4


เรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5/4 เรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5/4ฟ้าจรดทราย เรื่องย่อ จากบทประพันธ์ชื่อดังของ โสภาค สุวรรณ เป็นละครที่มีการเตรียมการณ์แบบมาราธอนอีกเรื่องหนึ่งสำหรับวิก 7 สี ทีวีเพื่อคุณ และดาราวิดีโอฯ เตรียมนำมาลงจอให้ชมโดยบทพระเอกเป็นพระเอกเมียสวยอย่าง ”ตุ้ย” ธีรภัทร์ สัจจกุล ประกบ ”ขวัญ” อุษามณี ไวทยานนท์ฟ้าจรดทราย ช่อง 7
ฟ้าจรดทราย  บทประพันธ์ โสภาค สุวรรณ
ฟ้าจรดทราย บทโทรทัศน์
ฟ้าจรดทราย  ค่ายดาราวิดีโอ
ฟ้าจรดทราย นำแสดงโดย
ตุ้ย ธีรภัทร์ สัจจกุล ในละครฟ้าจรดทราย
ขวัญ อุษามณี ในละครฟ้าจรดทราย
เอมี่ มรกต กิตติสาระ ในละครฟ้าจรดทราย
เรื่องย่อ ฟ้าจรดทรายเรื่องย่อ ฟ้าจรดทรายเรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5/4บริเวณลานกว้างข้างนอกในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น สองคนยืนอยู่ข้างอูฐ ชารีฟบอกเรื่องงานไปแล้ว“ฉันจะทำไงล่ะ" น้ำเสียงมิเชลล์อุทธรณ์สุดขีด
“ดูแลอูฐนี้ไว้"
“ดูยังไง ดูไม่เป็นนี่" มิเชลล์โวยวาย
ชารีฟตบหัวแรงๆ “ยืนดูอยู่อย่างนี้แหละ"
ชารีฟออกไป มิเชลล์ยืนหน้างอ ชารีฟหันมามอง
“จะไปไหน กลับมาเร็วๆ นะ"
มิเชลล์ตะโกนตามเจ้าของแผ่นหลังบึกบึนนั้นไปฝ่ายชีคอัสมันนอนอยู่ในห้องซึ่งตกแต่งอย่างงดงามกว่าห้องอื่นๆ พรมเนื้อดีปูลาดเต็มห้อง อาวุธต่างๆ ประดับไว้ตามผนังห้อง มีม่านกั้นเฉพาะที่นอน ชารีฟเดินเข้ามาในห้อง พร้อมเครื่องมือทำแผลที่พอหาได้อ่างน้ำผ้าสะอาด ชีคอัสมันโบกมือไล่คนอื่นๆออกไป
“ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างไหม"
ชีคอัสมันลุกขึ้นสีหน้ายิ้มแย้ม “ดีมากจนเกือบเป็นปกติ"
“นอนเถอะท่าน"
“ไม่เป็นไรข้านอนมามากแล้ว" ชีคอัสมันชันกายครึ่งนั่งครึ่งนอน “ไฟในกายข้าตอนนี้ดับหมดแล้ว ท่านมีบุญคุณกับข้าเป็นครั้งที่สองจากที่ท่านรักษาลูกชายข้าเมื่อหลายปีก่อน"
ชารีฟยิ้ม “ข้าดีใจที่ท่านหายปวด เสียได้มิฉะนั้นคนของท่านคงต้องได้ยินเสียงครวญครางตลอดเวลาจนนอนไม่หลับ"
ชีคอัสมันหัวเราะ “ลูกมือของท่านละ"
“ข้าให้มันดูแลอูฐ"
“ต่อไปท่านจะต้องจ้างคนเพิ่ม"
“ทำไมหรือ"
“ก็ท่านจะมีม้าอีกยี่สิบตัว แกะยี่สิบตัว อูฐอีกห้าที่ข้าจะให้ท่านไง" ชีคอัสมันหัวเราะ “ยูซุฟจัดให้หมออย่างที่ข้าสั่ง"
“จะรีบจัดให้ท่านชีคอัสมัน" ยูซุฟรับคำ
“ขอบคุณท่านมาก" ชารีฟบอก
“คนของข้าบอกข้าว่า ท่านจะมาดำเนินอาชีพเป็นพ่อค้าม้าที่นี่ ข้าเหมือนได้ยินเรื่องมหัศจรรย์เหลือเชื่อ ท่านช่วยเล่าให้ข้าหายข้องใจบ้างได้ไหม"
“ข้าตั้งใจจะมาค้าม้าจริง"
“ให้ท่านพูดสักร้อยครั้งข้าก็ไม่เชื่อชีวิตร่อนเร่แบบพวกเราเผ่าเบดูอิน มันจะเป็นที่ติดใจท่านถึงขนาดนี้เชียวหรือเป็นไปไม่ได้หรอก"
ชารีฟนิ่งอึ้ง จำนนกับคำพูดของชีคอัสมันผู้รู้จักชารีฟค่อนข้างดี
“ท่าน…ไม่สามารถทำราชการกับกษัตริย์โอมานได้หรือ" ชีคอัสมันกระซิบเบาๆ ทำตาจริงจัง “เพื่อเห็นแก่องค์อาหเม็ด…ข้ารู้ว่าท่านเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะนำบัลลังก์คืนองค์อาหเม็ดขณะเดียวกันที่บริเวณหนึ่งของค่ายทหาร องค์โอมานเดินเข้ามา
“ไหน ใครที่ไม่ยอมเสียภาษี"
มุสตาฟาพาเดินมาถึง “นี่ไง 2 คน พะยะค่ะ"
พ่อค้าไม่ยอมเสียภาษี 2 คน ท่าทางเป็นคนซื่อสัตย์ทั้งคู่
องค์โอมานเพ่งมอง “เอ ดูท่าทางเป็นคนดีนี่ ทำไม"
พ่อค้าคนที่ 1 บอก “ข้าเสียได้ แต่ต้องมีหลักฐานว่าเราเสียให้ราชการจริงๆ"
พ่อค้าคนที่ 2 ว่าตาม “จะให้ข้าเสียโดยไม่มีหลักฐาน ข้าไม่รู้เข้ากระเป๋าใคร"
องค์โอมานเหวี่ยงหลังมือซัดทันที 2 ฉาดติดๆ กัน สองพ่อค้าเลือดซึม
พอองค์โอมานตบเสร็จท่าทางเฉยๆ เหมือนกล่าวคำทักทาย ปัดมือไปมา
“ถามคำเดียวจะยอมเสียมั้ย"
พ่อค้าคนที่ 2 ย้ำคำ “เรายินดีเสียให้ถูกต้อง"
“ฆ่ามัน" องค์โอมานตะโกนก้อง
พ่อค้าสองคนตอบพร้อมกัน “ไม่"
ทหารยิงตูม….ตูม สองพ่อค้าฟุบไปทันที
“ไหน รถถังที่เพิ่งซื้อมาอยู่ที่ไหน" องค์โอมานหันไปถามซาอิ๊บในเวลาต่อมา องค์โอมานและซาอิ๊บพร้อมทหารองครักษ์เดินตรวจตรารถถังรุ่นใหม่ ที่เพิ่งซื้อจากพ่อค้าอาวุธซึ่งจอดเรียงเป็นแถวยาวในค่ายทหารฮิลฟารา
“อืม ขอให้มันทรงประสิทธิภาพจริงอย่างคำคุยเถอะ ข้าจะสั่งซื้อมาประจำการ อีก 20 กองพล"
“ดีแน่พระย่ะค่ะ เอ้อ…ระยะนี้พระองค์ไม่เห็นทรงสนพระทัยเรื่องตามหาพันเอกชารีฟเลยพะยะค่ะ" ซาอิ๊บถาม
“ทำไม ได้ข่าวแล้วรึ"
“มิได้พะยะค่ะ ยังไม่ได้ร่องรอยอะไรเลย"
องค์โอมานหัวเราะ “ข้านึกแล้ว"
“พระองค์ไม่ทรงวิตกกังวลเหมือนเมื่อก่อน"
“ข้าจะไปกังวลทำไม เวลานี้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของข้ากำลังทหารแสนยานุภาพอันเกรียงไกร ไอ้ชารีฟ มันมีอะไรอย่างดีก็แค่ทหารชายแดนเราก็อยากให้มันบุก เข้ามาเหมือนกัน จะได้ขยี้มันให้แหลกหมดเสี้ยนหนามเสียเร็วๆ แต่…"
“แต่อะไรพระย่ะค่ะ"
“มันไม่ใช่คนทะเยอทะยาน ข้ารู้ดี มันไม่ต้องการที่จะครองแผ่นดิน มิเช่นนั้นมันไม่หนีไปเรียนหมอรึ ข้าว่ามันอยู่กลางทะเลทราย ไม่กล้าเข้ามาในเมืองหรอก"
“ถ้าเช่นนั้นข้าพระองค์ จะบอกให้ทหารเลิกติดตามมัน"
“เฮ้ย ไม่ต้องเลิก ตามหาต่อไป ยังไงข้าก็ยังอยากให้มันตาย ข้ายังสงสัยอยู่ว่ามันเป็นตัวการลักลอบ เอาพระศพองค์อาหเม็ดออกไปหรือเปล่า"ขณะเดียวกันนั้นชีคอัสมันกับชารีฟเดินพูดคุยกันมาที่บริเวณคอกม้า บริเวณที่พัก
“ลือกันว่า พระศพขององค์อาหเม็ดหายไปจากห้องพระบรรทม"
ชารีฟตกใจมาก “ท่านว่าอะไรนะ องค์อาหเม็ดหายไป"
“ใช่ เขาลือกันเช่นนั้น"
“เป็นไปไม่ได้ วิทยุประกาศว่าสิ้นพระชนม์ โอมานต้องเก็บพระศพอย่างดี"
“นั่นสิ แต่ข้าก็ไม่เชื่อหรอก เชื่อยาก แต่เขาลือกันจริงๆ เออ ท่านราชองครักษ์ ข้าขอถามตรงๆ นะ อย่าหาว่าข้าดูหมิ่นท่าน เหตุใดชายชาติทหารเยี่ยงท่าน จึงไม่คิดก่อการกบฏแก้แค้น"
“ท่านจะให้ข้าแก้แค้นแทนใคร ในเมื่อองค์อาหเม็ดก็สิ้นพระชนม์เสียแล้ว"
“ใครๆ เขาก็รู้ว่าโอมานเป็นคนชั่ว ผิดกับท่านที่มีแต่คนรักใคร่นับถือถ้าหากสิ้นองค์อาหเม็ดผู้ที่เหมาะสมที่จะครองราชบัลลังค์คือท่าน"
“ผิดแล้ว ข้าเป็นผู้มีสิทธิ์เป็นลำดับสุดท้ายล่ะไม่ว่า ยังมีพี่น้องและเจ้าชายอับดุลลาจากอิชฟาอัคอีกพระองค์หนึ่ง ที่เหมาะสมกว่าข้า"
“แต่ถึงอย่างไรข้าก็ว่าท่านเหมาะสมที่สุด ข้ากับพวกพ้องของข้าอีกหลายเผ่า พร้อมจะร่วมมือกับท่านอยู่แล้ว เพียงแต่ท่านเอ่ยปากเท่านั้น"
“ความจงรักภักดีที่ผู้อื่นมีต่อข้า ไม่ใช่ความประสงค์ของข้าๆ ทำทุกอย่างลงไปก็เพื่อองค์อาหเม็ด เพื่อให้ทุกคนจงรักภักดีต่อองค์อาหเม็ด ผู้ซึ่งมีพระคุณชุบเลี้ยงข้า ไม่ใช่เพื่อตัวเอง"
ชีคอัสมันบอกหนักแน่น “ก็นี่แหละข้าถึงว่า คนอย่างท่านเท่านั้นเหมาะที่จะครองแผ่นดิน"ครู่ต่อมาสองคนนั่งลงในกระโจม
“ไม่ใช่ความประสงค์ของข้า" ชารีฟยืนกราน
“งั้นท่านจะหนีอยู่อย่างนี้นะหรือ"
“จะหนีจนกว่าเขาจะลืม"
“ท่านจะตระเวนเร่ร่อนอยู่แบบนี้ได้หรือ"
“ก็บรรพบุรุษของเรา อยู่กันมาได้อย่างไรล่ะ"
“ท่านเป็นคนเข้าใจยากจริงๆ ค่อนข้างจะหัวดื้อเสียด้วย" ชีคอัสมันยิ้ม “ข้าอยากบอกอะไรท่านสักอย่าง"
ชารีฟฉงน “อะไรหรือท่าน"
“ท่านว่าท่านรักองค์อาหเม็ดใช่ไหม เพราะฉะนั้นท่านก็ย่อมจะรักผู้ที่องค์อาหเม็ดทรงรักด้วย"
“ข้าไม่เข้าใจท่านหมายถึงอะไร"
“ประชาชนทั้งประเทศยังไง องค์อาหเม็ดทรงต้องรักประชาชนของพระองค์ ท่านจะปล่อยให้คนชั่วอย่างโอมานมารังแกประชาชนผู้เป็นที่รักขององค์อาหเม็ดเช่นนั้นหรือ ท่านลองคิดซิว่า ท่านเห็นแก่ตัวของท่านเองมากเกินไปรึเปล่าทั้งๆ ที่ท่านก็มีสายเลือดของกษัตริย์"
ชารีฟนิ่งอึ้งครุ่นคิด
“ข้าขออภัยไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิท่าน"
“ท่านกำลังชักจูงข้าให้รับภาระที่ยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับข้า"
“ไม่มีอะไรที่จะยิ่งใหญ่เกินไป สำหรับคนอย่างท่านหรอกท่านราชองครักษ์"ชารีฟนิ่งคิดถอนหายใจค่ำแล้วชารีฟเดินเข้ามาหน้าห้องพักแล้วหยุดครุ่นคิด คำของชีคอัสมันเมื่อครู่ยังดังก้อง ชารีฟทำท่าไม่อยากคิดเดินเข้า มิเชลล์กำลังปักกวาดพื้นห้อง ชารีฟเดินเปิดม่านเข้ามามิเชลล์รีบเอาผ้าคลุมหน้า“บอกแล้วไงว่าไม่ให้เอาผ้าคลุมหน้าออก เวลาฉันไม่อยู่ด้วย" ชารีฟอารมณ์เสีย ตวาดแรงๆ
“ฉันเห็นว่าไม่มีใคร"
“ทีหลังอย่าทำอีก" ชารีฟจับมิเชลล์ แล้วเขย่าตัวแรงๆ
มิเชลล์ไม่โกรธ มีสีหน้าเห็นใจ “ดูท่านเคร่งเครียด มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่าคะ"
“ไม่มีอะไรมากหรอก" ชารีฟถอนหายใจ “ขอโทษนะ เจ็บมั้ย"
มิเชลล์ส่ายหน้า
“มิเชลล์"
“คะ"
“เธอเคยรู้สึกแบบนี้มั้ยว่าเธอขี้ขลาด แล้วก็เห็นแก่ตัวที่สุด"
“บ่อยไปค่ะ ชีวิตเด็กกำพร้าในคอนแวนต์อย่างฉันน่ะ สับสนว้าวุ่นใจอยู่บ่อยๆ ท่านมีอะไรไม่สบายใจคุยกับฉันได้ รับรองฉันช่วยท่านได้แน่" สุ้มเสียงสาวลูกผสมมั่นใจมาก
“ช่วยยังไงไม่ทราบ"
มิเชลล์ตีหน้าตาย “ช่วยฟัง"
ชารีฟมองหน้ามิเชลล์ หัวเราะออก ขำมาก ใบหน้าของมิเชลล์แม้ถูกผ้าคลุมไว้ก็ยังมองเห็นดวงตาที่แจ่มใสเป็นประกายแห่งความจริงใจชารีฟมองตะลึงงันพระราชวังในฮิลฟารา ยามเช้า ที่โต๊ะวางแผนสงคราม เห็นองค์โอมานกำลังซ้อมเคลื่อนพลด้วยหุ่นพลาสติกรูปทหาร รถถังปืนใหญ่บนแผนที่แผ่นใหญ่
องค์โอมานจิ้มแผนที่ “เนี่ยเหรอ …โธ่เอ๊ย ประเทศเล็กแต่ร่ำรวยนักเหรอ ฮ่ะๆๆ แต่แค่ข้าเอารถถังจอดเรียงกันก็ล้อมประเทศมันได้แล้ว อันที่จริงน้ำมันที่มีอยู่ใต้พื้นทรายทั้งหมดนี้ควรจะเป็นของข้าคนเดียวจริงไหม" องค์โอมานหันไปถามพวกองครักษ์
“จริงพระเจ้าค่ะ" ทุกคนตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน
“ซาอิ๊บ ได้คนขโมยพระศพองค์อาหเม็ดไปหรือยัง คิดว่าคนไหนรู้ก็ถามมัน มันไม่ตอบ…ก็แค่ทำให้มันตอบ รู้ใช่ไหมว่าทำยังไงมันถึงจะตอบ ฮ่ะ…ฮ่ะ…ฮ่ะ อยากรู้ว่าใครจะยอมเจ็บจนตาย"ภายในห้องทรมานนักโทษ ซาอิ๊บ มองดู ผู้คุมนักโทษเฆี่ยนนายพลอัสตาฟาซึ่งถูกแขวนโยงไว้กับผนัง นายพลอัสตาฟาชรามากแล้ว
“นายพลอัสตาฟาบอกมาสิ นายพลมุสกัตใช่มั้ยที่เอาพระศพไป" ซาอิ๊บตวาดแรงๆ “บอกมา…เฮ้ย เฆี่ยนเข้าไปอีกแรงๆ"
นายพลชราร้องโอดโอย แล้วสลบไป ซาอิ๊บอัดเข้าไปที่สีข้างทีหนึ่ง แล้วเดินออกไป นายพลอัสตาฟานิ่งเงียบ
ซาอิ๊บหันมาสั่งก่อนลับตัวไป “เฆี่ยนมันอีก ให้มันสารภาพให้ได้"
นายพลอัสตาฟาส่ายหน้า
ผู้คุมท้วง “แต่ท่าน…ท่านซาอิ๊บ นายพลฮัลตาฟาท่านแก่แล้วสงสารท่านเถอะ คงไม่รู้จริงๆ"
ซาอิ๊บซัดเท้าไปฉาดหนึ่ง “นี่ไง สงสารนักใช่มั้ย"
ผู้คุมยืนก้มหน้าแบบโกรธๆ
ซาอิ๊บขยุ้มคอผู้คุม “มึงเป็นข้าในพระองค์โอมานที่ 1 มึงจะทรยศหรือ"
“ข้าแค่สงสารคนแก่"
ซาอิ๊บซัดไปอีกโครม “มันน่าสงสารนักรึ ไม่เห็นเหรอว่ามันปากแข็ง ทำท่ายโสแบบเนี้ย"
คราวนี้ผู้คุมไม่กล้าตอบ
ซาอิ๊บกระชากตัวนายพลอัสตาฟาขึ้นมาเผชิญหน้า “จะบอกหรือไม่บอก"
นายพลอัสตาฟาสะลึมสะลือมองซาอิ๊บ
ซาอิ๊บเขย่าสุดแรง “บอกสิวะ บอกแล้วไม่ตาย"
นายพลอัสตาฟาถ่มน้ำลายใส่หน้าทีหนึ่ง ซาอิ๊บเหวี่ยงเต็มแรงจนอัสตาฟากระเด็นไปฟุบกองที่พื้นฟากองค์โอมานยังคงวางแผนการทหารอยู่ ขณะซาอิ๊บเข้ามาทำความเคารพ
“ข้าพระองค์ทราบแล้วว่า ผู้ที่เป็นตัวการลักลอบนำพระศพขององค์อาหเม็ดไป"
“มันเป็นใคร" องค์โอมานถาม
“นายพลมุสกัต"
“ไอ้มุสกัต ใครเป็นคนบอกไอ้อัสตาฟารึ"
“อย่างที่พระองค์รับสั่ง ไม่มีใครทนเจ็บจนตาย มีนายพลผู้ใหญ่ อีกหลายคนร่วมด้วยพะย่ะค่ะ แต่ไอ้นายพลอัสตาฟายังไม่ยอมปริปากพูด คงอีกไม่นานหรอกพะย่ะค่ะ ข้าพระองค์จะทำให้มันพูดให้ได้"
“คนสำคัญที่เราจะต้องตามจับมันให้ได้ เห็นจะเป็นเจ้ามุสกัตมากกว่าชารีฟเสียแล้ว มันจะเอาพระศพองค์อาหเม็ดไปทำไมกัน" องค์โอมานค้างคาพระทัย
“แต่ไอ้ชารีฟก็ปล่อยไว้ไม่ได้ มันจะเป็นเสี้ยนหนามในภายหลังไม่นานนัก องค์โอมานก้าวมายืนประจันหน้า สุไบดาโบกมือให้นิชา ออกไป นางข้าหลวงสองสามคนและไบคานออกไป
“เดี๋ยว ท่านน้า" องค์โอมานจงใจเรียกท่าน แสดงว่าไม่ใช่เจ้า “จะไปไหน"
“มีอะไรพูดกับเรา อย่ายุ่งกับท่านไบคาน"
องค์โอมานมองเหยียดหยาม “อยู่ใต้เงาเจ้าน้ารึ ช่างเป็นสามีที่แสนดีจริงๆ"
สุไบดาไม่เกรงกลัว “อย่าสักแต่ว่ามีปาก"
องค์โอมานได้ยินไม่ถนัด “เจ้าน้าว่าอะไรนะ"
“จะสนใจทำไม มีธุระอะไรก็ว่ามา"
“ชารีฟอยู่ที่ไหน"
สุไบดาตอบทันที “ไม่รู้"
องค์โอมานสวนทันทีเหมือนกัน “ไม่จริง"
“ไม่เชื่อก็ตามใจ"
“เจ้าน้าสุไบดา อย่าให้เรื่องมากกว่านี้เลย หลานรับรองว่าจะไม่ลงโทษชารีฟด้วยประการใดๆทั้งสิ้น"
สุไบดานิ่ง
“หลานรู้ฝีมือชารีฟ เขามีประโยชน์กับฮิลฟาราและราชบัลลังก์"
สุไบดาถามทันที “ราชบัลลังก์ของใคร"
“เจ้าน้า…อย่าพูดจาโยกโย้กับหลาน อย่าทำให้หลานโกรธ"
สุไบดาย้อน “โกรธเป็นคนเดียวรึโอมาน"
องค์โอมานตวาดสุดแรงเกิด “อย่าทำให้โกรธ พูดเข้าใจบ้าง เดี๋ยวก็ตายกันหมดหรอก"
สุไบดาพูดดีๆ ด้วย “โอมาน อย่าให้เลือดนองไปกว่านี้เลย เห็นแก่บุญแก่บาปบ้าง มีชีวิตอยู่ชาติหนึ่งให้ผู้คนจดจำบ้างเถอะ ว่าความดีมีอะไรบ้าง"
โอมานหัวเราะเยาะหยันเสียงดังก้องฟ้า สุไบดานั่งหน้านิ่งสนิท เหยียดหยาม
“เจ้าน้า จำไว้นะว่าหลานจะพลิกแผ่นดินหาชารีฟ ถ้าชารีฟจะตายไม่ใช่ด้วยน้ำมือใคร ต้องด้วยมือนี้" องค์โอมานยกมือชูอย่างแรง
สุไบดาไม่ขยับเลย โอมานจากไปอย่างแรง
สุไบดาถอนหายใจยาว พนมมือพึมพำ “ชารีฟ…พระคุ้มครองลูกด้วย"ที่กระโจมของชีคอัสมัน เวลาเดียวกัน
“ข้าพเจ้ากำลังให้นำพันธุ์ม้าอาหรับไปขายที่ตลาดค้าสัตว์เมืองซากากา ข้าพเจ้าจะให้ท่านคุมม้าและอูฐไป"
ชารีฟมองหน้ากับมิเชลล์
ชีคอัสมันงง “มีอะไรขัดข้องหรือ"
“ไม่..ไม่มี" ชารีฟบอก
“คนสนิทของข้าพเจ้าจะพาท่านไป" ชีคอัสมันตบมือ ยูซุฟเดินออกมาโค้งต่ำ “คนนี้ไงเขาชื่อยูซุฟ เป็นคนประเสริฐ จริงใจและซื่อสัตย์ ที่สำคัญไม่พูดมาก"
“ดินแดนแห่งนี้คือดินแดนแห่งมิตรภาพโดยแท้จริง" ชารีฟก้มหัวต่ำ “ขอบใจท่านมาก"
“เดินทางไปนี้ที่ควรระวังคือไอ้พวกโจรตูอิค มันจะปล้น สู้มันยากเพราะมันขี่ม้าฝีเท้าเร็วมาก เออ…เด็กของท่านขี่ม้าทนมั้ย"
มิเชลล์มองหน้า ชารีฟ
“มันขี่ม้าเก่งมาก"
มิเชลล์ตาโต
ชารีฟโม้อีก “มันอดทน เข้มแข็ง แข็งแกร่งที่สุด เด็กของข้าคนนี้"
มิเชลล์คอย่นทุกครั้งที่ชารีฟพูด
“ท่านอยากเห็นหรือไม่"
“ให้ข้าดูหน่อย"มิเชลล์จะเป็นลม ชารีฟยิ้มสนุกไม่นานต่อมาที่เนินทรายใกล้ที่พัก ชารีฟสอนมิเชลล์ให้ขึ้นม้า มิเชลล์กลัวไม่กล้าขึ้น ชารีฟดันส่งร่างขึ้นไป แล้วจูงม้าเดินมิเชลล์นั่งโอนเอน หลับตาปี๋ “โอ๊ย…จะตกแล้ว"
“เธอต้องหัด…ต้องพยายามหน่อย"
“ไม่…ฉันกลัว ม้าสูงนี่"
“หลับตา…มิเชลล์…หลับตา"
“หลับตาทำไมฉันยิ่งกลัวอยู่"
“เอาเถอะน่าบอกให้หลับก็หลับสิ"
“ไม่เอาฉันไม่หลับ"
ชารีฟเริ่มมีอารมณ์ “เอ๊ะ บอกให้หลับตา"
“ไม่"
“หลับ"
“ไม่หลับ"
“แค่นี้ทำไมทำไม่ได้"
“ไม่เอา หลับตา ฉันก็ไม่เห็นน่ะสิ"
“เห็นอะไร" ชารีฟงง
มิเชลล์บอก “เห็นคุณ"
“ปัทโธ่ ทำไมต้องเห็นฉัน"
“ก็ฉันกลัว เห็นคุณฉันจะได้รู้ว่าถ้าตกม้าคุณจะรับฉัน"
“เอาล่ะ ฉันสัญญาว่าถ้าเธอตกม้า เธอจะตกม้าในอ้อมแขนของฉัน"
“จริงๆ นะ"
“จริง"
มิเชลล์หลับตาแล้วลืมขึ้นใหม่ “อย่าหลอกฉันนะ"
“ไม่หลอก…"
“เชื่อได้เหรอ" มิเชลล์อ้อล้อ
ชารีฟหมดความอดทน เงื้อกำปั้น เสียงดัง “บอกให้หลับตา"
มิเชลล์รีบหลับทันที “ดุยังกะอะไรเนี่ย"
“แล้วนึกถึงภาพว่าขี่ม้าตัวสูงใหญ่ แต่เธอขี่มันได้ เพราะเธอตั้งใจ เธอพยายาม เพราะเธอรู้ว่าถ้าเธอขี่ไม่ได้ ชีคอัสมันสงสัยมาก ไม่มีผู้ชายคนไหนในดินแดนแห่งนี้ที่ขี่ม้าไม่เป็น"
มิเชลล์คิดตามทุกคำ
ไม่นานนัก มิเชลล์ก็ขี่เก่งขึ้น ชักม้าให้เดินเหยาะด้วยตัวเอง
มิเชลล์พาม้าวิ่งวนๆ ม้าวิ่งเหยาะๆ ได้แล้ว จู่ๆ มิเชลล์เอนๆ ร้อง ว้ายๆๆ ร่างตกม้าไหลลงมาอย่างนุ่มนวล ชารีฟรับไว้มิเชลล์อยู่ในอ้อมแขนชารีฟ สองคนมองตากันซึ้ง
ครู่ต่อมาสองขี่ม้ากันไปอย่างเร็ว…พอสมควรชารีฟโอบอยู่ด้านหลัง
“ฉันเก่งรึยัง"
ชารีฟตบหัวเบาๆ หัวเราะขำๆ สองคนขี่ม้ากันไป หัวเราะเสียงดังเวลาตอนกลางคืนอีกวันถัดมา นะหมัด และ กาเซ็มสองคนย่องเข้ามาตรงที่จอดพักอูฐและม้าสอดส่ายสายตาหา
“นั่นไง อูฐของมัน" นะหมัดกระซิบ
กาเซ็มแปลกใจ “รู้ได้ไง"
“ไอ้เลาะห์คนตักน้ำบอกข้าว่าท่านชีคให้มัน"
“โห" กาเซ็มตาโตเสียงดังมาก “ให้อูฐตั้งหลายตัวเนี้ยนะ"มิเชลล์อยู่ในห้อง กำลังปัดๆ ที่นอนได้ยินเสียงแว่วๆ
นะหมัดมือปิดปากกาเซ็ม “ไอ้โง่ เสือกแหกปากขึ้นมา"
กาเซ็มพยักหน้าหงึกๆ ว่าไม่แหกปากแล้ว
“ปล่อยให้หมด ม้าโน่นด้วย" มะหมัดสั่ง
กาเซ็มเสียงดังอีก “ม้าด้วยเหรอ"
นะหมัดตุ๊ยท้องเข้าไปเต็มเหนี่ยว กาเซ็มตัวงอ
มิเชลล์ลุกทันที
สองนั้นวายร้ายย่องเข้าไป พอเอื้อมมือเข้าไปดึงเชือก
เสียงสุดห้าวของมิเชลล์ ดังสนั่น “ทำอะไร"
สองคนหยุดกึก มีปลายปืนแหย่เข้ามาเต็มหน้าด้านชีคอัสมัน ชารีฟ ยูซุฟ หมอโบราณพื้นเมือง รวมทั้งคนของชีคอัสมัน 2-3 คน หารือกันอยู่
ชีคอัสมัน เอ่ยขึ้น “ยูซุฟ พันเอกชารีฟ เป็นหมอ อาจจะช่วยพ่อของเจ้าได้"
ยูซุฟดีใจตาโต
“ท่านพอจะช่วยบิดาข้าพเจ้าได้ไหม ป่วยมาสามอาทิตย์แล้ว"
หมอโบราณสวนขึ้นทันที โดยที่ชารีฟ ยังไม่ได้พูด “ไม่มีทาง คนแก่เจ็บมานาน พิษกระจายเต็มร่างรักษายังไงก็ไม่หาย ยาวิเศษอะไรก็ไม่พอ"
ชารีฟไม่สนใจหมอโบราณหันมาพูดกับยูซุฟ “รอข้าเดี๋ยวขอไปเอาเครื่องมือบางอย่างในห้อง รอข้าอยู่ที่นี่ แล้วข้าจะไปรักษาคนป่วยที่บ้านท่าน" ชารีฟออกไป
หมอโบราณหยัน “เฮอะ มันคิดว่ามันเป็นหมอเทวดารึไง"
ชีคอัสมันตวาดแรงๆ “หยุดทีเถิด เจ้าน่ะ เป็นหมอโบราณล้าสมัยรักษาไม่ได้แล้วยังก่อกวนให้มีเรื่อง"
หมอโบราณหน้าเครียดจัด ก้มหน้านิ่งฟากชารีฟแหวกม่านเข้ามาในห้องตรงเรียกมิเชลล์ หน้าตกใจ มิเชลล์ไม่อยู่ เรียกอีก 2-3 ครั้ง แล้วออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
ชารีฟเดินเร็วๆ มาตามทาง มองหา สีหน้าเป็นกังวลเพิ่มขึ้นปืนในมือมิเชลล์ ยังจ้องอยู่ที่กาเซ็มเขม็ง กาเซ็มหน้าโหดชำเลืองมองสบตากับนะหมัด มิเชลล์กะแทกปืนเข้าไปที่ข้างหน้ากาเซ็ม สีหน้ามิเชลล์ดุดัน กาเซ็มใช้วิธีโบราณคือ ทำให้ตกใจแบบรู้ว่าผู้หญิงตกใจง่าย มิเชลล์ร้อง “อึ๊บ" เบาๆพร้อมถอยหลังเสียหลักล้มลง
ชารีฟหันมาดูด้านหลัง แต่วิ่งไปคนละทาง
กาเซ็มทำท่าจะกระโจนใส่ให้ตกใจอีกครั้ง แต่มิเชลล์ คราวนี้เก่งขึ้น เสยปืนขึ้นจี้คอ กาเซ็มวิ่งหนีไปทันที
มิเชลล์ลุกเร็ว หันปืนมาทางนะหมัด นะหมัดลุกพรวด วิ่งหนีไป
“ฮะ ฮะ" มิเชลล์จะเป่าปลายปืน สมมุติว่ามีควัน ปืนโดนปากดังกึก เลยร้องลั่น “โอ๊ย..เจ็บ"มิเชลล์หอบปืนยาว 3 กระบอกอยู่ในอ้อมแขน หน้ามันเยิ้ม ลากลังกระสุนที่วางอยู่บนพื้นทราย เดินตุปัดตุเป๋จากที่พักอูฐมายังตัวตึก ชารีฟปราดเข้าไปรับ คว้าปืนมาถือ
ชารีฟดุ “มายุ่งกับของพวกนี้ทำไม"
“มีคน 2 คน มาด้อมๆมองๆ แถวอูฐของเราค่ะ แต่ไม่ต้องกลัวนะ…"
“หมายความว่าไง"
“เอ้า…ไม่ต้องกลัวก็แปลว่าไม่มีมัน เพราะฉันไล่มันไปหมดแล้ว"
“แล้วจะเอานี่ไปไหน"
“ฉันเลยจะเอากระสุนไปซ่อนค่ะ"
“กลับไปเดี๋ยวนี้ ฉันขนไปเอง" ชารีฟส่งปืนให้มิเชลล์
มิเชลล์รับกระบอกปืนยาวคืนกลับมา ชารีฟแบกลังกระสุน
“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก เธอต้องอยู่ใกล้ๆ ฉันตลอดเวลาเข้าใจมั้ย ถ้าฉันไม่อยู่ก็ต้องอยู่ในห้อง ห้ามออกมา"
“ทราบค่ะ แต่ฉันเห็นคน…"
“ไม่ต้องเถียง จำไว้อย่าชะล่าใจว่าไม่มีใครรู้ความจริงหรือว่าเธออยากถูกจับไปอยู่ฮาเร็มผู้หญิงของชีคอัสมัน"
มิเชลล์เซ็ง “ขู่อย่างเงี้ยทุกที"
“เอาล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะรู้ว่าไม่ได้ขู่"
“จะทำไมไม่ทราบ"
“จับเธออาบน้ำขัดตัวให้ขาวผ่อง"
“ขัดทำไม"
“แล้วบอกชีคว่าเธอเป็นผู้หญิง"มิเชลล์มองตามด้วยสายตาขุ่นๆ สะบัดหน้าเดินกลับไปส่วนทางด้านชีคอัสมันนั่งสูบยาเส้น คุยกับเมียสบายอารมณ์“วาสนาของเราไม่เบาเลยนะแม่ ข้าไม่นึกไม่ฝันว่าเราจะได้ท่านราชองครักษ์เชื้อสายกษัตริย์แห่งฮิลฟารามาอยู่กับเรา"
“อีกหน่อยท่านก็คงจะไป ท่านจะอยู่นานแค่ไหนกันเชียว…พวกชนชั้นสูง" เมียว่า
“นั่นสิ ข้าไม่อยากให้ท่านไปจากเรา"
“จะห้ามท่านได้ยังไง เป็นไปไม่ได้หรอก"
“ไม่รู้ซิ ข้ารู้สึกเสียดาย ตั้งแต่ท่านมาอยู่ที่นี่ท่านมีคุณประโยชน์มากมายกับเรา"
“แล้วเราจะเหนี่ยวรั้งท่านไว้ได้ยังไงล่ะท่าน"
ชีคอัสมันถอนหายใจ “ใครว่าเราจะหน่วงเหนี่ยวท่านเล้าอีแม่เอ๊ย…จะทำให้ท่านอยาก อยู่ที่นี่กับเราต่างหาก"
“ท่านจะทำยังไง"
ชีคอัสมันยิ้มมีเลศนัยมาก “เรามีลูกสาวหลายคน…คิดสิ"
เมียทำหน้านึกออก “คนโต..ให้ท่านชารีฟ"
“ถูกต้อง แล้วไอ้หนุ่มตาฟาลูกน้องท่านชารีฟ"
“ให้นางคนรองของเรา"
“พูดอะไรอย่างนั้น คนโต คนรอง ทำไมให้ไปทั้ง 3 นั่นแหละ2 คนให้ชารีฟ อีก 1 คนให้ตาฟา"
“ดีจริงท่าน ได้ลูกเขยทีเดียวสองคน"ส่วนชารีฟเอาลังกระสุนปืนวางไว้ มิเชลล์วางปืนไว้ด้วย หน้างอมาก ชารีฟหยิบปืนมา
“มีคนเจ็บรายใหม่" ชารีฟบอก
มิเชลล์บ่น “อีกแล้ว ท่านจะเอาอะไรไปรักษาเขา"
“ไม่รู้เหมือนกัน" ชารีฟเดินไปหยิบท่อนเหล็กกลวงออกมาถือไว้
“เรื่องฟลุคไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ นะท่าน ฉันจะบอกให้เอาบุญ"
“อ๋อ เธอหาว่าฉันเดาสุ่มรักษายังงั้นเหรอ"
“เปล่า แต่ท่านไม่ใช่หมอเทวดา จะได้รักษาคนด้วยมือเปล่า แบบนี้ได้ยังไง"
“กลัวอะไรกันนักนะ"
“กลัวคนเจ็บตาย"
“ไม่จริงมั้ง เป็นห่วงฉัน กลัวพวกนั้นจะฆ่าฉันมากกว่า" ชารีฟทำนัยน์ตายิ้มๆ อีก
มิเชลล์บอกเสียงหนัก “ใช่ ถ้าท่านตายฉันก็ลำบาก เพราะว่าฉันอยากกลับฝรั่งเศส"
“ไม่ติดใจมนต์แห่งทะเลทรายบ้างหรือ"
“คนไข้รออยู่นะคะ ยังมีแกใจพูดเล่นอีกหรือไง" มิเชลล์บอกงอนๆ
“หมอต้องอารมณ์เย็น" ชารีฟว่า
“อ้อใช่ซิ ท่านเป็นแพทย์ไม่ใช่ทหาร"
“ฉันก็เป็นทหาร แต่ตอนนี้เป็นแพทย์ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามสภาพอากาศและภูมิประเทศ"
“ดูท่านมีอารมณ์สนุกเหลือเกินนะ ไม่เหมือนเมื่อคืนนี้เลยนั่งอมทุกข์ไม่หลับไม่นอน"
ชารีฟถอนหายใจ “ฉันก็หาความสุขใจเล็กๆน้อยๆ ฉันชอบดูเวลาเธอโกรธ"
มิเชลล์ด่า “อารมณ์รุนแรง และชอบรุกราน ตำราว่าอย่างนั้น" เดินหนีทันทีพอพูดจบ
ชารีฟเดินตาม “ตำราไหน บอกด้วยหรือเปล่าว่ารุนแรง เรื่องอะไร ฮะๆๆ ถ้าชารีฟรุกรานละก็มิเชลล์ เดอร์ลาโรนีล์ ไม่เหลือเป็นตัวเป็นตนอย่างนี้หรอก ระวังตัวให้ดีนะอารมณ์ว้าเหว่ ขาดความรักของพันเอกชารีฟน่ะ มีมากมายมหาศาล มีดที่เอวนั่นป้องกันอะไรเธอไม่ได้หรอกยิ่งอยู่ในที่สะดวกสบายอากาศเย็นแบบนี้ใครจะกล้ารับรองหัวใจของตัวเองได้ ไปเร็วๆ" ชารีฟเปิดผ้าม่านออกไป
มิเชลล์กำลังจะตามออกมาท่าทีตกใจ “หยุด ท่านพูดแบบนี้อีกแล้วนะ" แล้วหน้าบึ้งเปลี่ยนเป็นโกรธ
“ฉันยั่วเล่นน่า ฉันไม่ค่อยสบายใจ"
“ท่านก็เลยเห็นฉันเป็นที่ระบายอารมณ์ใช่ไหม"
มิเชลล์เดินนำหน้า พรวดแซงชารีฟ ออกประตูไป
ชารีฟคว้าแขนไว้ “ไม่เอาน่า ฉันยั่วเล่น..โกรธมากเหรอ" พลางก้มหน้าไปใกล้
มิเชลล์หน้าแดงใจเต้นแรง “คนไข้รอตายเลย พูดเล่นอยู่ได้" แล้วสะบัดแขน เดินนำไป
“อ้าว เดินนำไปนั่นน่ะ รู้หรือว่าคนไข้อยู่ไหน"
มิเชลล์หยุด หน้างอ งอนๆ
“ว่าไง"
“ท่านก็นำไปสิ ไม่เห็นต้องถามเลย ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าคนไข้อยู่ที่ไหน"ครู่หนึ่ง เห็นที่หน้าอกของพ่อยูซุฟ มีท่อเหล็กที่ชารีฟใช้แบบฟังการเต้นของหัวใจ
ชารีฟเงยหน้าขึ้น “ตับอักเสบ"
มิเชลล์จ้องหน้าชารีฟด้วยความแปลกใจไม่แน่ใจว่าชารีฟมั่วหรือเปล่า
“เราจะลองรักษาดู"
ยูซุฟดีใจ “ขอบคุณองค์อัลเลาะห์ทรงโปรดแล้ว"
“อย่าให้อาหารมันๆ งดพวกของมันของทอดทุกอย่างให้คนป่วยกิน น้ำตาลเยอะๆ พวกขนมหวานที่มีอยู่นั่นแหละ ให้กินมากๆ ทุกวัน" ชารีฟกำชับ
ยูซุฟมองชารีฟด้วยความสงสัยถึงวิธีรักษา “อาหารพวกนี้เป็นยาหรือท่าน"
“เปล่า แต่มันจะช่วยปรับระบบในร่างกายให้เป็นปกติ"
ยูซุฟเห็นพ่อขยับตัว “พ่อต้องหายแน่ ท่านผู้นี้เป็นผู้วิเศษท่านรักษาคนด้วยมือเปล่าไม่ใช้ยาหรือเครื่องมือใดเลย"
มิเชลล์ตาโตหน้าเหรอหรา ตกใจมองหน้าชารีฟแบบใจสั่น ชารีฟขยับตาว่าอย่าโวยไป
“เราไม่ใช่ผู้วิเศษ เราทำไปตามวิชาที่เรียนมา"
“ข้าพเจ้าเชื่อว่าท่านต้องรักษาพ่อให้หายได้"
“ข้าว่าท่านอย่าดีใจไปนัก ข้ามองเห็นชัดข้าเห็นขัดเจนยิ่งกว่าครั้งใด ข้าเห็นความตายข้าเห็นความตายชัดเจนอยู่ตรงหน้าข้านี่"
หมอผีจ้องหน้าชารีฟ และมิเชลล์ไปมา ดวงตาลุกวาวเป็นประกายอาฆาตแค้นน่ากลัว ดูเหมือนว่าความตายที่หมอว่านั้นจะเกิดแก่ชารีฟและมิเชลล์มากกว่า จะพูดถึงความตายของพ่อยูซุฟ
มิเชลล์ใจหายวาบเมื่อเห็นสายตานั้น
“ท่านชีคอัสมันจะมีพิธีกินเลี้ยง เรียกว่า “ตับซี" ข้าจะบอกทุกๆ คนว่าพ่อข้าหายเพราะหมอวิเศษ" ยูซุฟว่าคืนต่อมา บนกองไฟมีตัวกีบัส ซึ่งเป็นสัตว์คล้ายแพะ แต่มีมันที่ส่วนต้นขาหลังเป็นก้อนใหญ่ ถูกเสียบไม้หมุนย่างแบบหมูหันเกือบเกรียมทั้งตัว มีชายร่างใหญ่คอยทำหน้าที่ดูแลมุมนึง
ชีคอัสมันซึ่งหายดีแล้วเดินทักทายผู้คนที่เพิ่งเดินทางมาถึง ท่าทางยินดี มีการเปิดแผลอวดใครๆ ว่าหายดีแล้ว
บนตึกมุมหนึ่ง มิเชลล์ในคราบตาฟาผู้ชายยืนแฝงเงามืดแอบดูอยู่ ชารีฟ เดินออกมา มองหา พอเห็นมิเชลล์ ก็เดินเข้ามา
มิเชลล์หันมา “ชีคอัสมันจะเลี้ยงคนหลายคนหรือคะ"
ชารีฟมองที่ข้างล่าง “ไม่กี่คนหรอก การกินเลี้ยงตับซีเป็นธรรมเนียมโบราณลงไปกันเถอะ"
มิเชลล์ขยับจะลง ชารีฟจับไหล่ไว้ มิเชลล์ชะงัก
“เดี๋ยวก่อน ไหน ดูหน่อยสิ" ชารีฟจับตัวมิเชลล์หมุนดู “เหมือนผู้ชายหรือยังนี่" พลางจัดผมให้หายเข้าไปในผ้าโพก “เอาล่ะใช้ได้"
ชารีฟเดินนำไป มิเชลล์มองตามค้อนด้วยความหมั่นไส้ แล้วตามไป
ชารีฟหันขวับมา มิเชลล์เกือบชน “ขออย่างเดียว"
“อะไรคะ"
“ทำหน้าให้สวยน้อยกว่านี้ได้มั้ย" ชารีฟยื่นเข้ามากระซิบใกล้ๆมิเชลล์ผลักตัวชารีฟไปโดยแรง ชารีฟหัวเราะเสียงดังอย่างชอบอกชอบใจอ่านต่อ.. >> เรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 6/1เรื่องย่อฟ้าจรดทราย ฟ้าจรดทราย
เพลง ดาวเหนือ (เพลงประกอบละครฟ้าจรดทราย)เพลง ดาวเหนือ (เพลงประกอบละครฟ้าจรดทราย)


เรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5/4
ดูเพิ่มเติม ...



ดูข่าวสารอื่น ๆ ที่นี่ ...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น