เรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 1 /3
เรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 1 /3
เรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 1 /3 เรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 1 /3ฟ้าจรดทราย เรื่องย่อ จากบทประพันธ์ชื่อดังของ โสภาค สุวรรณ เป็นละครที่มีการเตรียมการณ์แบบมาราธอนอีกเรื่องหนึ่งสำหรับวิก 7 สี ทีวีเพื่อคุณ และดาราวิดีโอฯ เตรียมนำมาลงจอให้ชมโดยบทพระเอกเป็นพระเอกเมียสวยอย่าง ”ตุ้ย” ธีรภัทร์ สัจจกุล ประกบ ”ขวัญ” อุษามณี ไวทยานนท์ฟ้าจรดทราย ช่อง 7
ฟ้าจรดทราย บทประพันธ์ โสภาค สุวรรณ
ฟ้าจรดทราย บทโทรทัศน์
ฟ้าจรดทราย ค่ายดาราวิดีโอ
ฟ้าจรดทราย นำแสดงโดย
ตุ้ย ธีรภัทร์ สัจจกุล ในละครฟ้าจรดทราย
ขวัญ อุษามณี ในละครฟ้าจรดทราย
เอมี่ มรกต กิตติสาระ ในละครฟ้าจรดทราย
“อือม์ สบายดี ข้างนอกร้อนมาก"
“ไม่ต้องกลัวนะ ที่บ้านเราติดเครื่องปรับอากาศทั้งหลัง"
รถแล่นออกจากสนามบิน ขับไปเรื่อยๆ วิ่งออกไปตามถนน ซึ่งตัดผ่านพื้นที่โล่ง เห็นแต่ทรายและแสงแดดระยิบระยับ แคชฟียาเอ่ยขึ้นขณะมองออกไปนอกรถ
“ทรายที่เห็นอยู่นั่นน่ะ ร้อนเหมือนคั่วในกระทะเลยล่ะ"
“ไม่มีต้นไม้สักต้น?" มิเชลล์เปรยๆ
“ที่นี่น้ำหายากกว่าน้ำมันหลายเท่า ไม่มีใครเขาปลูกต้นไม้หรอก เปลืองค่าน้ำรดต้นไม้"
“เหรอ" มิเชลล์ประหลาดใจ
“แต่ที่บ้านมีต้นไม้หลายต้นนะ พ่อฉันชอบปลูกต้นไม้ดอกไม้สวยๆ พอๆ กับมีเมียหลายคน"
“4 คน?" เสียงของมิเชลล์เหมือนเป็นคำถาม
“ใช่ 4 คน มันเป็นประเพณี ผู้ชายถ้าเลี้ยงดูให้มีความสุขเท่าเทียมกันได้ ถึงจะมีเมียได้ 4 คน"
จังหวะนี้ มิเชลล์ เห็นหญิงสาวชาวพื้นเมือง คลุมผ้าดำเดินลุยทรายร้อนจัด อย่างไม่สะทกสะท้าน บนไหล่ของหญิงผู้นั้นมีลูกน้อยนั่งคร่อมอยู่ด้วยท่าทางแสนสบาย ดูไม่ทุกข์ร้อนกับสภาพความยากจนตามด้วยสามีซึ่งนุ่งชุดยาวซึ่งดูไม่ออกแล้วว่ามันเคยเป็นสีขาว หิ้วของพะรุงพะรัง
“น่าสงสาร เดินเท้าเปล่าบนทรายร้อนๆ ยังงั้น เท้าไม่พองแย่เหรอ" มิเชลล์ถาม
“โอ๊ย ไม่เป็นไรหรอก เขาเดินกันจนหนังหนา แถมทนยังกับอูฐ"
มิเชลล์ลอบมองแคชฟียา รู้สึกว่าผิดหูที่ได้ยินอย่างนั้น มิเชลล์ผินหน้าออกไป เพ่งใกล้เท้าของหญิงผู้นั้นซึ่งย่ำจมทรายร้อนระอุ มิเชลล์จ้องอย่างไม่วางตา
“ไม่ต้องกลัวหรอกน่า คนบ้านฉันไม่เป็นแบบนี้หรอก" แคชฟี่ว่า
มิเชลล์หน้าเสีย รู้สึกไม่ดีเลย “ก็แค่สงสาร"
“โธ่เอ๋ยเด็กน้อย ไปสงสารเค้าทำไม เค้าเกิดมาแบบนี้ก็ต้องอยู่อย่างนี้ ฉันว่าเธอรู้สึกเป็นทุกข์มากกว่าพวกเค้าเสียอีก"
รถแล่นเข้าไปในตลาด ไอร้อนของแสงแดดทำให้ภาพข้างหน้าดูไหวพลิ้ว เหมือนกับมองผ่านกระดาษแก้ว
แคชฟียาพยักพเยิด “นั่นไง พวกร้านค้า เห็นเก่าๆ อย่างนั้น ขายข้าวของเครื่องใช้ชั้นดีที่มีขายในปารีสลอนดอน หรือที่ไหนๆในโลก"
มิเชลล์มองร้านรวงขายข้าวของต่างๆ สีหน้ายังไม่คลายลง
“ไม่ค่อยมีผู้หญิงเลย"
“ผู้หญิงเราจะออกมาตลาดกันตอนกลางคืนหลังทุ่มหนึ่งไปแล้วกลางคืนอากาศเย็นสบายกว่านี้มาก"
“ชีวิตกลางคืนคงคึกคักนะ" มิเชลล์ถาม
“แน่นอน เกือบถึงบ้านแล้วล่ะ…คอยดูคฤหาสน์ของฉันนะ แล้วเธอจะรู้ว่าฉัน เป็นคนชนชั้นไหนที่นี่"
แคชฟียาอวดโอ้ อย่างภาคภูมิรถแล่นผ่านร้านขายของนานาชนิดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจอดที่หน้าประตูบานใหญ่ คนขับลงไปกดกริ่งประตูสักครู่คนรับใช้มาเปิดประตูให้
มิเชลล์ถาม “นี่เหรอบ้านเธอ"
แคชฟี่ยิ้มภูมิใจ “เป็นไง…หรือใหญ่เกินกว่าที่เธอจะคิดออกใช่มั้ย"รถแล่นเข้าภายในบริเวณบ้าน ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มและดอกไม้หลายสี ปลูกเป็นระเบียบ ตัวตึกหลังใหญ่ตระหง่านอวดความมั่งมีอยู่ข้างหน้า ถัดไปเป็นหลังย่อมๆ อีก 3 หลัง ปลูกเรียงรายอยู่ด้านหลังของตึกใหญ่
มิเชลล์ก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าพยายามระงับไม่ให้ตื่นเต้นความใหญ่โตของบ้าน เพราะยังคลางแคลงใจคำพูดของแคชฟี่ไม่หาย ก้าวขึ้นบันไดหินอ่อนที่มีพรมปูลาด พวกคนใช้และเด็กๆ พากันมาแอบดู
แคชฟียาเชิดหน้าวางมาดสง่าเดินนำ มิเชลล์รีบตามแคชฟียาไป แต่วายเหลียวดูพวกเด็กๆ และยิ้มให้ห้องโถงของตึกหลังใหญ่ ตกแต่งสไตล์บ้านในยุโรป
ตัวละคร มิเชลล์ แคชฟียา แม่แคชฟียา น้องเล็กๆ ที่เป็นผู้หญิง 3 คน(อายุวัยรุ่นและถัดๆไป)
แคชฟียาดึงมือมิเชลล์ให้เข้าไปอีกห้องหนึ่งภายในห้อง แม่ของแคชฟี่กำลังรอรับอยู่ และตรงเข้ามาหาสองสาว แคชฟียาเข้าไปกอดแม่ น้องวิ่งเข้ากอดพี่สาว แคชฟียาหันมาแนะนำมิเชลล์กับครอบครัว
“มิเชลล์ คนนั้นแหละค่ะที่หนูเขียนมาเล่าให้แม่ฟังบ่อยๆ"
แม่แคชฟียาเยื้อนยิ้ม สัมผัสมือมิเชลล์แบบฝรั่ง ยิ้มให้อ่อนโยน
มิเชลล์ยิ้มรับด้วยความเอ็นดู และทรุดนั่งลงกอดตอบเด็ก “ตุ๊กตาพูดได้ด้วยหรือจ๊ะเนี่ย" เด็กๆ หัวเราะคิกคัก
แม่แคชฟียาเอ่ยขึ้น “ถ้าเด็กๆ จะชอบหนูเสียแล้วซิ น้องๆ ของแคชฟี่เขาทั้ง 3 คน"
แคชฟียาดึงมือมิเชลล์ไป
“มาดูห้องของเธอเถอะ แม่คะ หนูพามิเชลล์ไปห้องนะคะ" สองสาวดึงกันออกไป
แม่แคชฟียาพยักหน้ารับ มองตามมิเชลล์ไป “สวยเหลือเกิน สวยมั้ยเด็กๆ เพื่อนพี่แคชฟี่"เด็กๆทั้งสามรับพร้อมกัน “สวยค่ะ"สองสาวเดินคุยกันมาตามระเบียง เพื่อไปยังห้องของมิเชลล์ที่จัดเตรียมไว้แล้ว แคชฟียาถอดผ้าคลุมหน้าและเสื้อคลุมดำออกพาดไว้ที่แขวนอย่างอิสระร่าเริง พลางชี้ให้ดูด้านหนึ่งของตึก พร้อมกับอธิบาย“ด้านนอกเป็นที่อยู่พ่อกับน้องชายฉันในเมืองเราผู้หญิงกับผู้ชายอยู่คนละส่วนแยกกันเด็ดขาด ชายอื่นที่ไม่ใช่พ่อหรือพี่น้องจะไม่มีโอกาสเห็นหน้าผู้หญิงในบ้านเรา"
“แล้วถ้าแขกผู้ชายมาหาตอนพ่อไม่อยู่ล่ะ"
“แม่ฉันจะพูดด้วย แต่ต้องพูดผ่านฉากกั้น ทางโน้นเป็นบ้านเมียน้อยพ่อ"
มิเชลล์มีทีท่าแปลกใจ “แปลกนะ เขายอมเป็นเมียน้อยได้ยังไงกัน"
“ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธถ้าพ่อแม่ตัวเองยอมยกให้ผู้ชาย"
“แล้วเธอล่ะ จะยอมถูกบังคับไหม" แคชฟียาหยุดหัวเราะทันทีที่ได้ยิน
“ไม่มีวันเสียล่ะ ฉันไม่ยอมถูกคลุมถุงชนเด็ดขาด"
“เธอจะรอโรแบร์เหรอ"
แคชฟียาหยุดทันที หันขวับมา “ทำเสียงอย่างนี้ หมายความว่ายังไง ฉันไม่ควรรองั้นรึ" แคชฟี่เสียงเขียวจัด หน้าตาดุดันมาก
“แคชฟี่ ฉันไม่ได้หมายความอย่างที่เธอคิดนะ ทำไมเธอคิดว่าฉันจะคิดอย่างนั้นล่ะ"
แคชฟียาปรับสีหน้าดีขึ้น “ไปห้องเธอไป ห้องที่สวยที่สุดนะจะบอกให้"
แคชฟียาเดินนำออกไป มิเชลล์เริ่มหน้าตาเครียดและอึดอัดไม่สบายใจ รำพันอยู่ในใจ
“เพียงวันเดียว…แค่วันนี้ อะไรๆ เปลี่ยนแปลงขนาดนี้เชียวหรือ"หลายวันต่อมา คุณแม่อธิการ กำลังอ่านจดหมายจากมิเชลล์ที่เขียนส่งมาหา ราวกับมีเสียงมิเชลล์ม่านข้างๆ หู
“คุณแม่อธิการที่เคารพ หนูกำลังอยู่ในดินแดนที่แสนไกล อยู่ท่ามกลางเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ที่ได้ชื่อว่าปิดกั้นตัวเองกับโลกภายนอกในสายตาของชาวโลกทั่วไป แต่ที่นี่ได้กลายเป็นสวรรค์สำหรับหนู พระผู้เป็นเจ้าทรงเมตตประทานเพื่อนที่เปี่ยมไปด้วยความงามและคุณความดียากที่จะหาใครเปรียบ ได้ดังเช่น แคชฟียา เพื่อนตายของหนู"
คุณแม่อธิการรำพึง “แคชฟียาเพื่อนตาย ขอให้เป็นเช่นนั้นตลอดไป"มิเชลล์อยู่ในห้องนอน และเขียนบันทึกลงไดอารี่
“คุณแม่อธิการคะ หนูจะบอกความจริงคุณแม่ได้อย่างไร คุณแม่ไม่ควรได้รับรู้อะไรที่จะทำให้ไม่สบายใจ"วันหนึ่ง มิเชลล์ในชุดสาวอาหรับเดินเข้ามาตรงบริเวณชั้นนอก ส่วนที่เป็นของพวกผู้ชาย และท่านเศรษฐีพ่อแคชฟียา เธอเห็นเด็กหนุ่มอายุประมาณ 15-16 น้องชายแคชฟียา จึงร้องเรียก
“น้องๆ" มิเชลล์เรียกและเดินเข้าไปหา
เด็กหนุ่มคนนั้นตาเหลือกด้วยความตกใจ ที่เห็นหญิงในชุดอาหรับเข้ามาในเขตผู้ชาย เด็กหนุ่มเดินหนี
มิเชลล์ยิ่งเดินตาม
“เดี๋ยวก่อนน้อง…น้อง"
เด็กหนุ่มเดินหายเข้าไปในตัวตึก มิเชลล์เดินตามเข้าไปภายในตัวตึกเห็นเด็กผู้ชายเล่นกันสนุกสนาน คนรับใช้ยืนอยู่ใกล้ๆ จนเมื่อมิเชลล์เข้ามา ทุกคนหยุดทันที เหมือนนัดกันไว้ สายตาทุกคู่จ้องมาที่มิเชลล์ ตกใจและประหลาดใจ โดยเฉพาะสายตาที่ดูถูกและไม่เป็นมิตรของคนใช้ชาย
มิเชลล์รู้สึกอึดอัดที่ถูกจ้องมอง ภายใต้ความเงียบมิเชลล์ก็เอ่ยขึ้น
“เห็นแคชฟียามั้ยคะ"
ทุกคนยังนั่งนิ่ง ยืนนิ่ง จ้องมองมิเชลล์ โดยไม่มีใครตอบ จนมิเชลล์รู้สึกรำคาญ ผ้าที่ปิดปากปิดจมูกอยู่จึงปลดออกเพื่อให้พูดได้ถนัด แต่เมื่อปลดผ้าออก ยิ่งทำให้ทุกคนตกใจมากขึ้น
คนใช้หน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความรังเกียจ เด็กๆ เบ้หน้า
“แคชฟียาอยู่ไหนคะ" มิเชลล์เสียงดังขึ้น เพราะชักรู้สึกว่าทุกคนไม่ให้เกียรติแขก
“ออกไป ผู้หญิงเข้ามาในนี้ไม่ได้" คนใช้ในนั้นตะเพิด
“ฉันเป็นคนต่างชาติไม่ยกเว้นหรือค่ะ"
“ผู้หญิงเข้ามาในนี้ไม่ได้" คนใช้คนเดิมบอก
“คือฉันหลงทางค่ะ จะหาแคชฟียา"
“ออกไป"
จู่ๆ คนใช้ร่างยักษ์ซึ่งไม่ได้อยู่ในที่นี้แต่แรก ปรากฏตัวออกมาและตรงรี่เข้ามาหามิเชลล์คนใช้ร่าง
ยักษ์ตะโกน “ออกไป" พร้อมชี้นิ้วตรงรี่เข้ามาอย่างเอาเรื่อง
“ขอ…ขอโทษนะคะ ขอโทษอย่างมากๆ ค่ะ"มิเชลล์ตกใจกลัวรีบวิ่งออกมา เสียงคนใช้ร่างยักษ์ยังเอ็ดอึงตามหลังมามิเชลล์วิ่งหน้าตื่นออกจากบริเวณของพวกผู้ชายมาที่ระเบียงด้วยความตกใจ ปะทะกับแคชฟียา และฮานา สาวใช้ซึ่งกำลังตามหาเช่นกัน“เกิดอะไรขึ้นมิเชลล์" แคชฟียาพอจะนึกขึ้นได้ จึงผลักตัวมิเชลล์ให้ออกห่าง แล้วยืนพิจารณาดูมิเชลล์แล้วก็หัวเราะ
“หัวเราะอะไร" มิเชลล์ยังคงตกใจ “แคชฟี่ ฉันตกใจมากนะ เขาเสียงดัง ไล่ฉัน เหมือนฉันเป็นสัตว์ไม่ใช่คน แล้วเธอยังมาหัวเราะ"
“ก็เธอทำผิดนี้ เขาก็ไล่สิ" แคชฟีย่าบอก
“ทำผิด ฉันขอโทษเขาแล้ว แต่ว่า แค่เดินไปถามแค่นี้ผิดตรงไหน"แม่แคชฟียาอยู่ในห้อง ตกใจมาก เมื่อได้ฟัง
“เข้าไปในเขตผู้ชาย โอตายล่ะ"
“แล้วแต่งตัวแบบนี้ด้วย พวกผู้ชายพวกนั้นเขาคงตกใจยิ่งกว่าเธอเสียอีก ผ้าคลุมหน้าก็ไม่ได้ปิด" แคชฟี่เล่าเสริม
แม่ร้อง “หา…ไม่ได้ปิดผ้าคลุมหน้า" แม่ทำท่าจะเป็นลม แคชฟียารีบประคอง
“คงไม่เป็นไรหรอกคะ มิเชลล์เป็นชาวต่างชาติยังไม่รู้ประเพณีของเรา"
“ไม่เป็นไรหรอก คราวนี้ถือเสียว่าไม่รู้คราวหน้าก็อย่าเผลอแล้วกัน" พ่อแคชฟียาบอก
มิเชลล์สำนึกผิด “หนูขอโทษค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ หนูตั้งใจจะไปหาแคชฟียา"
“แต่ทะเล่อทะล่าเข้าไปในเขตผู้ชาย" แคชฟี่อมยิ้มขำ
“ไม่ใช่เรื่องตลกนะลูก" แม่หันมาพูดกับมิเชลล์ “ประเพณีเราไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไปในเขตของผู้ชาย ผู้หญิงอยู่ส่วนของผู้หญิง ผู้ชายอยู่ส่วนของผู้ชายไม่ปะปนกัน ผู้หญิงชาวอาหรับจะพูดกับผู้ชายแปลกหน้าจะต้องปิดผ้าคลุมหน้าเวลาออกไปนอกบ้านก็จะต้องปิดผ้าคลุมหน้า หนูแต่งตัวแบบเราแล้วเปิดผ้าคลุมหน้าพูดกับผู้ชาย ถือว่าเสื่อมเสียเกียรติ คนเขาจะดูถูกเหยียดหยาม สังคมก็รังเกียจ ถือว่าผิดกฎศาสนาอย่างแรงด้วย"
มิเชลล์ เหลือบดูพ่อก็นึกได้ รีบเอาผ้าคลุมหน้าปิด
แคชฟียาหัวเราะขบขัน “ไม่ต้องหรอกกับคุณพ่อ ถือเป็นกันเอง" พลางดึงผ้าออก
“เธอก็เหมือนลูกสาวฉันอีกคนหนึ่งเหมือนกัน" ท่านเศรษฐีบอก
“ถ้าเธออยากอยู่แบบเรา นุ่งห่มแบบเรา เธอคงต้องอดทน" แคชฟียาเสริม
“ฉันยินดี เพราะฉันอยากอยู่กับเธอแบบพี่น้อง ไม่อยากเป็นแขกแปลกหน้า" มิเชลล์ว่า
“ดีแล้วจ้ะ ทุกชาติที่มีขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ยึดถือกันมาแต่โบราณอย่างเคร่งครัด ถึงอย่างไรเราก็ภูมิใจในระเบียบประเพณีของเรา" แม่บอกคืนนี้พระจันทร์เต็มดวง ส่องสว่างเหนือบ้านเรือนชาวอาหรับ ยินเสียงสวดมนต์ดังแว่วๆ
ส่วนในห้องของมิเชลล์ พิณในกล่อง ถูกมิเชลล์หยิบขึ้นมา แล้วกรีดเป็นเสียงเพลงเบาๆ
“ฉันรักพิณตัวนี้ที่สุด ซิสเตอร์ชาวซีเรียคนหนึ่งที่วัดให้ฉันมาเป็นเครื่องดนตรีของชาวตะวันออก"
แคชฟียา ฟังอย่างเคลิบเคลิ้ม ลุกขึ้นเต้นไปตามทำนองเพลง ท่วงท่าสวยงาม มิเชลล์เหมือนเทพธิดา ผมเป็นประกายสีทอง ขณะดีดพิณ แคชฟี่ ร่าเริงสดชื่น เต้นหยอยๆ เหมือนเด็กน้อย
ที่ด้านนอกยามนี้ ตึกรามบ้านช่อง เป็นเงาทาบกับท้องฟ้า
เสียงพิณดังหวานแว่วและจบลง มิเชลล์วางพิณมาจับมือแคชฟียา
“แคชฟียา ฉันตามเธอมา เพราะอยากทำให้ความฝันของเธอเป็นจริง ในขณะเดียวกันความฝันของฉันก็จะเป็นจริงด้วย" เสียงมิเชลล์มั่นคง สีหน้าเข้มแข็ง “ฉัน… คน ที่ไม่มีใครต้องการนี่แหละ จะทำทุกอย่างให้คนเห็นว่าคนไร้ญาติขาดมิตร ไม่จำเป็นต้องขาดใจไปกับความรู้สึกสิ้นหวังฉันจะให้ใครๆ รู้ว่า ฉันเกิดมาตัวคนเดียวอย่างนี้แหละ จะทำประโยชน์ให้กับเพื่อนร่วมโลกได้อีกมากมาย"
แคชฟียาจับมือมิเชลล์เขย่า
“โอเค เราจะช่วยกัน มิเชลล์ ถ้าเธอสู้ ฉันพร้อมที่จะสู้กับเธอ เพื่อคนของฉันเอง"
“โอ ขอบใจเธอมาก…ฉัน…อยากขอโทษที่เข้าใจเธอผิด เธอเป็นคนดีอย่างที่ฉันเห็นมาตลอด ฉันตัดสินใจไม่ผิดที่มากับเธอ"มิเชลล์ดีใจเหลือเกินโรงเรียนถูกตั้งขึ้นในอาณาบริเวณบ้านของแคชฟียานั่นเอง แคชฟียาเริ่มงานสอนเด็กๆ พร้อมกับมิเชลล์ ในวันต่อมา ห้องเรียนของแคชฟียา มีเด็กๆ 4-5 คน เล่นกันยุกยิกๆ อยู่ ขณะแคชฟียาเขียนตัว A B C D บนกระดาน แล้วหันขวับมา ใช้ไม้บรรทัดฟาดกระดานปัง…ปัง…ปัง เด็กๆ ตกใจตาเหลือกแคชฟียาพูดเสียงเข้มงวด “นักเรียนทุกคนเงียบ..แล้วตั้งใจฟังครู ต่อไปนี้ เราจะเรียนอักษรฝรั่งเศสกันก่อน พวกเธอทุกคนจะต้องจำอักษรพวกนี้ให้ได้ เอาล่ะอ่านตามครู" แคชฟี่เอาไม้บรรทัดชี้ทีละตัว แล้วอ่านนำด้วยการออกเสียงแบบฝรั่งเศส
“อา…" น้ำเสียงยังธรรมดา
เด็กๆ อ่าน “อา" แต่อ่านตามแบบไม่ค่อยพร้อมและเสียงเบาๆ อายๆ
“เบ ดังๆ อ่านดังๆ ด้วยนะ จะได้รู้ว่าอ่านถูกหรือเปล่า"
“เบ" เด็กๆ ยังอ่านกันเสียงเบาๆ
“ฉันบอกให้อ่านดังๆ ไง..เซ ดังๆ นะ" แคชฟี่เสียงดังขึ้นอีกนิดหน่อย
เด็กๆ อ่าน “เซ"
แคชฟียาตีกระดานเปรี้ยงๆ “นี่ๆ หัดพูดให้พร้อมกันหน่อย ได้ไหมแล้วต้องอ่านเสียงดังๆ ด้วยใครอ่านค่อยจะถูกจับมาอ่านคนเดียวหน้าชั้นเข้าใจมั้ย"
ทุกคนเลิ่กลั่ก
แคชฟียาตีกระดานเปรี้ยงๆๆ “ครูถามว่าเข้าใจมั้ย"
เด็กๆ ตอบคนละที 2 ที “เข้าใจ ค่ะ"
“บอกให้พูดพร้อมๆ กันดังๆ เข้าใจมั้ย"
เด็กๆ กลัว ลนลาน “เข้าใจค่ะ"ห้องเรียนของมิเชลล์ มีเด็กนักเรียน 12 คน มิเชลล์กำลังเล่านิทานอย่างสนุกสนาน
“ใครรู้จักหมาป่าบ้างเอ่ย..ยกมือขึ้น"
เด็กๆ พากันเฉย
“ไม่มีใครรู้จักหมาป่าเลยหรือค่ะ เอาล่ะ งั้น ครูจะเขียนรูปหมาป่าให้ดู…" มิเชลล์เริ่มเขียนส่วนหูก่อน “หมาป่ามีปากยาวๆ กว้าง" แล้ววาดส่วนปาก อ้ากว้าง “มีฟันแหลมๆ คมกริบไว้กัดเด็กๆ" วาดฟันเป็นซี่ๆ “มีจมูกไว้ดมกลิ่น แล้วก็มีตาดุ ๆ" มิเชลล์วาดจมูก ตา เติมลงไป “แล้วทีนี้ ใครรู้จักลูกแกะบ้างเอ่ย"
มีเด็กบางคนยกมือ
“แกะมันร้องยังไงคะ"
มีเด็กคนหนึ่ง ทำเสียงแกะ
“แอ๊ะๆๆ"
“เก่งมาก..เอาล่ะ ทุกคนร้องเสียงแกะเร็ว แอ๊ะๆๆ" มิเชลล์ทำเสียงนำ
เด็กๆ ร้อง “แอ๊ะๆๆ" ตามกันใหญ่
“ที่นี้หมาป่ามันก็ชอบกินลูกแกะ เพราะว่าเนื้อลูกแกะหวานมาก อืมนึกถึงลูกแกะ หมาป่าก็น้ำลายไหลยืด…. “ เด็กๆ หัวเราะกิ๊ก “เอาล่ะ ใครอยากเป็นหมาป่า ยกมือขึ้น"
เด็ก 3 คนยกมือ
“เอาล่ะ หมาป่ามาทางนี้ ครูก็เป็นหมาป่าด้วย ทีนี้เรามีหมาป่ากี่ตัว ลองนับ"
เด็กๆ ช่วยกันนับ “หนึ่ง..สอง..สาม..สี่"
“ใช่แล้ว มีหมาป่า 4 ตัว เอาล่ะนอกนั้น คนที่เหลือทั้งหมด ก็เป็นลูกแกะ เอ้าช่วยกันนับเร็ว…มีลูกแกะกี่ตัว"
เด็กๆ นับกันไป “1…2…3…4…5…6…7"มิเชลล์อารมณ์เย็น อ่อนโยนกับเด็กๆ แตกต่างจากความเป็นคนอารมณ์ร้ายของแคชฟียา ที่แสดงออกมากับนักเรียน
แคชฟียาชี้เด็กคนหนึ่ง “เอ้า..ชาฟีน่า..ตอบสิ..ว่านี้ตัวอะไร" พลางชี้ไปที่ตัว C
เด็กคนนั้นอึ้ง พูดไม่ออก
แคชฟียาเอาไม้บรรทัดในมือฟาดโต๊ะปัง “อะไรกัน เพิ่งบอกไปแป๊บเดียวเอง ซาฟีน่า ลองเริ่มอ่านใหม่ซิ" แคชฟี่จิ้มไปทีละตัวแรงๆ “ทุกคนอ่านเดี๋ยวนี้"
ด้านมิเชลล์เล่านิทานกับเด็กๆ อย่างสนุกสนาน “ขณะที่ลูกแกะกำลังกินน้ำอยู่นั่นเอง หมาป่าก็ปรากฏตัวขึ้น" มิเชลล์กระโดดผางขึ้นมา “ฮ่าๆๆๆ เจ้าลูกแกะ เจ้ารู้ตัวไหม ว่าเจ้ากำลังกินน้ำอยู่ในลำธารของข้า"
มิเชลล์สมมุติเด็กๆ กลุ่มหนึ่ง ให้เป็นหมาป่า
“เอ้า หมาป่า ขู่ลูกแกะสิคะ ขู่เลย ลูกแกะกลัวด้วย กลัวมาก"
เด็กๆ ท่าท่าขู่ เด็กอีกกลุ่มทำท่ากลัวหมาป่าวิ่งหนี เป็นที่สนุกสนาน
ฟากแคชฟียา ฟาดไม้บรรทัดโครมๆ เอ็ดเสียงดัง อีกวันหนึ่ง แล้วหยิกเด็กคนหนึ่งเต็มแรง
มิเชลล์ เขียน A… B…C….แล้วสอนให้เด็กพูดตาม อา เบ เซ เด เด็กๆ พูดตามอย่างร่าเริงอีกวันหนึ่ง สองสาวสอนเสร็จแล้วอยู่ด้วยกันอีกห้องหนึ่ง แคชฟียานั่งลง กางขา อาการเหนื่อยล้า มิเชลล์วางหนังสือ มองยิ้มๆ
“เบื่อแล้ว..เด็กพวกนี้โง่จริงๆ สอนมาอาทิตย์หนึ่ง เหนื่อยเป็นบ้า"
“แต่ว่า…"
แคชฟียาหยิบผ้าดำมาคลุมหน้า “เบื่อไอ้ชุดดำคลุมหน้านี่ที่สุด" พลางกระโดดขึ้นยืน “ออกไปชอปปิ้งกันเถอะ"
“ฉันไม่ไปได้มั้ย ไม่ซื้ออะไร"
“ต้องไป…ลุก ไปด้วยกันเดี่ยวนี้"
“แคชฟี่…ไม่เหนื่อยเหรอ สอนหนังสือมาทั้งวัน"อ่านต่อ.. >> เรื่องย่อ ฟ้าจรดทราย ละคร ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 1 /4เรื่องย่อฟ้าจรดทราย ฟ้าจรดทราย
ดูเพิ่มเติม ...
ดูข่าวสารอื่น ๆ ที่นี่ ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น